แสนดีใจ !!! “ครอบครัวอุดร เย็นจิตร” อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านทุ่งล้อม ต.ห้วยม้า จ.แพร่ ตามที่ สปสช. ช่วยเหลือหลังฉีดวัคซีนเสียชีวิต สาเหตุยังคลุมเครือ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 431 ครั้ง

แสนดีใจ !!! “ครอบครัวอุดร เย็นจิตร” อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านทุ่งล้อม ต.ห้วยม้า จ.แพร่ ตามที่ สปสช. ช่วยเหลือหลังฉีดวัคซีนเสียชีวิต สาเหตุยังคลุมเครือ

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 5 มิถุนายน 2564 ที่บ้านของนายอุดร เย็นจิตร อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 บ้านทุ่งล้อม ตำบลห้วยม้า อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พบ
นางเนตรนภา เย็นจิตร อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายอุดร กล่าวว่า เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครตั้งใจ ที่เสียชีวิต หลังจาก ฉีดวัคซีน ป้องกันไวรัสโคโรน่า 2019 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเวลาต่อมา คืนวันที่ 18 พฤษภาคมฯ นายอุดรก็เสียชีวิต ทางสาธารณสุขจังหวัดแพร่ ได้ส่ง ศพนายอุดร ตรวจพิสูจน์ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่ง ผลการตรวจพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากนายอุดรมีโรคประจำตัวคือ โรคไทยลอย และหลังจากฉีดวัคซีนไม่พักผ่อน ยังคงทำงานหนักเป็นปกติเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ในคืนวันที่ 18 ดังกล่าว

จากผลการเสียชีวิตของผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านทุ่งล้อมฯ ส่งผลให้ สํานักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือสปสช. อนุมัติ จ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ใหญ่อุดร เป็นเงินจำนวน 400 ,000 บาท สี่แสนบาท โดยทางสาธารณสุขจังหวัดแพร่จะนำเงิน การกล่าวมามอบให้กับครอบครัวของนายอุดรอีกราว 5 วันข้างหน้า

นางเนตรนภา เย็นจิตร อายุ 43 ปี ภรรยาของนายอุดร อดีตผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครตั้งใจเมื่อเหตุการณ์เกิดไปแล้วทางการได้ทำการเยียวยา อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการช่วยเหลือของทางราชการ ต้องขอขอบคุณ ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่เข้ามาให้กำลังใจ

ส่วนเงินที่ได้หลังจากทางราชการนำมามอบให้ตน จะนำไปฝากไว้กับออมทรัพย์สัจจะของตำบลห้วยม้าแบ่งเป็น 2 กองสำหรับลูก 2 คน ในการเป็นทุนการศึกษา ขณะนี้ ลูก 2 คน ได้แก่ ด.ญ.เกษมณี เย็นจิตร อายุ 14 เรียนอยู่ ม.2 รร.ห้วยม้าวิทยาคม
ด.ช.ธนัช เย็นจิตร อายุ 10 เรียนอยู้น ป.5 รร บ้านปงป้อมประชานุกูล

นางเนตรนภา กล่าวอีกว่า ในส่วนตัวแล้ว เป็นคนมีสุขภาพไม่แข็งแรง ได้สามีคือผู้ใหญ่อุดรคอยดูแลหารายได้เลี้ยงครอบครัวส่วนตนเองนั้นมีโรคประจำตัวไม่สามารถทำงานหนักได้สิ่งที่ช่วยสามี การร้อยพวงมาลัยทุกวันพระ เดือนนึงจะมีรายได้จากการร้อยพวงมาลัย เดือนละ 2,000 บาท หักต้นทุนแล้วคงมีกำไรเหลืออยู่เพียง 1,000 บาทเศษเท่านั้นหลังจากนี้คงต้องทำงานหนักเพิ่มคงต้องไปปลูกข้าวในนาเองเนื่องจากสามีไม่อยู่แล้ว ทำงานเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบครัวอย่างเดินไปได้ และยัง สืบทอดความตั้งใจของสามี คือส่งให้ลูกทั้งสองเรียนไปสู่การศึกษาที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

นางเนตรนภา แม้จะมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงจำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นและลดรายจ่ายในบ้านดอกไม้ร้อยพวงมาลัยที่เคยซื้อก็ต้องเปลี่ยนมาใช้ดอกไม้ที่หาปลูกเองได้จะทำให้ลดต้นทุน เพื่อมีกำไรมากขึ้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่าครอบครัวผู้ใหญ่อุดรคงต้องเผชิญชะตากรรมความลำบากไปอีกนาน กว่ารูปทั้งสองจะสำเร็จการศึกษามีนาคม

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 431 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.