มท. ประชุมขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำ “ใช้ศาสตร์และศิลป์ ใช้ความรู้คู่ประสบการณ์ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน”

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 16 ครั้ง

มท. ประชุมขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำ “ใช้ศาสตร์และศิลป์ ใช้ความรู้คู่ประสบการณ์ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน”
.
วันนี้ (16 ก.ย.63) เวลา 09:00 น. ที่ห้องวายุภักดิ์ 3-4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดและมอบนโยบายในการประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหาระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ร่วมรับฟัง
.
นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ที่ต้องดูแลและขับเคลื่อนทุกภารกิจและนโยบายรัฐบาลในส่วนภูมิภาค โดยต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ใช้ความรู้คู่ประสบการณ์ ในการวางแผน ยุทธศาสตร์จังหวัด และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืน ซึ่งสิ่งที่ประจักษ์ชัดที่สุดในช่วงที่ผ่านมา คือ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทุกกลไกของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สามารถบูรณาการหน่วยงานสาธารณสุขและทุกภาคส่วนในพื้นที่ในการสกัดกั้นและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์กับต่างประเทศ เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดียิ่ง
.
นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวต่อว่า จากผลการบริหารจัดการสถานการณ์การแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นแนวทางที่สามารถประยุกต์ใช้และถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางรับมือสถานการณ์และปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ ทั้งปัญหายาเสพติดและสาธารณภัยต่าง ๆ และเน้นย้ำนโยบายสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1) การขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งอุบัติเหตุถือเป็นภัยคุกคามชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดเป็นภารกิจและยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดที่ต้องดำเนินการ โดยใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มากำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าหมายให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573 ตามปฏิญญาสต็อกโฮล์ม รวมทั้งกำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดงบประมาณสนับสนุนดูแลความปลอดภัยทางถนน ทั้งสัญญาจราจร เครื่องหมายจราจร และไฟส่องสว่าง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนถนนในความดูแลของ อปท. 2) การจัดที่ดินทำกินให้ประชาชน ถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นของประชาชน เพื่อประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินในการสร้างรายได้ให้ครอบครัวและชุมชน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับเจ้าหน้าที่เร่งเดินสำรวจแปลงที่ดิน และใช้กลไกทางกฎหมายมาแก้ปัญหาให้ประชาชน เพื่อสามารถมีรายได้จากการใช้ประโยชน์ที่ดิน นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และเศรษฐกิจปากท้องของคนในชุมชน 3) การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ซึ่งในปัจจุบันเข้าสู่หน้ามรสุม และจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าในช่วง 2-3 วันนี้ จะเกิดฝนตกหนัก คลื่นลมแรง และคลื่นสูงในหลายจังหวัด จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมการรับมือโดยปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ และแผนการบริหารจัดการน้ำในการ “สร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล” รวมทั้งใช้หอกระจายข่าวหมู่บ้าน/ชุมชน ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนและสร้างการรับรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเสียชีวิตและทรัพย์สิน


.
จากนั้น ในเวลา 10:50 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยกล่าวถึงนโยบายสำคัญ ได้แก่ 1) การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยนำการท่องเที่ยวมาเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งหัวใจของการท่องเที่ยว คือ การบริหารข่าวและประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจ เพราะการท่องเที่ยวเป็นความรู้สึก ถ้าคนรู้สึกมั่นใจ ก็จะไปเที่ยว และเกิดการจับจ่ายใช้สอยหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน 2) การขับเคลื่อน “ไทยไปด้วยกัน” เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาในระดับพื้นที่ให้เกิดความสำเร็จ มีหัวใจสำคัญ คือ “การบูรณาการ” โดยต้องนำความรู้และลงไปดูว่าสภาพปัญหาคืออะไร จะแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไรเพื่อให้งานสำเร็จเรียบร้อย 3) การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก (หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ) ต้องทำให้คนในพื้นที่มีความสุข มีเศรษฐกิจดี มีรายได้ มีงานทำ สร้างชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง ทั้งนี้ การส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนต้องตรงกับความต้องการและปัจจัยในพื้นที่ รวมทั้งต้องมีตลาดรองรับผลผลิต 4) โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ขอให้กรมการพัฒนาชุมชนและผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นพี่เลี้ยงในการขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จในทุกมิติ 5) โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ขอให้ลงไปส่งเสริมและแนะนำองค์ความรู้ในการผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด รวมทั้งการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่าน OTOP นวัตวิถี 6) การวางและจัดทำผังเมือง ต้องส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาผ่านการจัดทำผังเมืองในพื้นที่ 7) การดำเนินการของการประปาส่วนภูมิภาค ขอให้บูรณาการร่วมกันในการจัดหาน้ำต้นทุนและบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอกับการอุปโภค บริโภค พื้นที่การเกษตร 8) การดำเนินการขององค์การตลาด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมสนับสนุนการระบายผลผลิตและช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านโครงการความร่วมมือขององค์การตลาดกับหน่วยงานต่าง ๆ และสุดท้าย ได้เน้นย้ำว่า กลไกกระทรวงมหาดไทยทุกระดับ เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงานและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างมีศักยภาพเพื่อให้นโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดกับประชาชน
.
จากนั้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม ได้มอบนโยบายและซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิบัติกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ตามระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑ์ และแนวทางที่กำหนด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและทางราชการ

กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 126/2563
วันที่ 16 ก.ย. 2563

Cr: กระทรวงมหาดไทย PR

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 16 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.