คราวซวยของขบวนการลักลอบขนรถข้ามฝั่งติดหล่มก่อนถึงประเทศเพื่อนบ้าน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 101 ครั้ง


มุกดาหาร/เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 63 ภายใต้การอำนวยการของ นายพรชัย พุดซ้อน นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบเห็นการลักลอบโจรกรรมรถยนต์ข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านและติดหล่มอยู่ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านเหล่าล้อม ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้สั่งการให้นาย สุนทร ซอยรัมย์ ปลัดอำเภอเมืองมุกดาหาร ประสาน พ.ต.อ. เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหารเจ้าหน้าที่ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ลงพื้นที่ ที่ได้รับแจ้งดังกล่าว
กระทั่งพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก-0757 มุกดาหาร ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อเตรียมจะลักลอบข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เกิดติดหล่มไม่สามารถเคลื่อนไปได้ จนมีชาวบ้านได้มาเจอ พบชาย 3 คน และหญิง 1 คน กำลังดึงรถขึ้นจากโคลนที่ติดหล่ม ต่อมากลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นชาวบ้านได้วิ่งหนีขึ้นรถกระบะยี่ห้อมาสด้า แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณข้างในรถไม่พบเอกสารใด ๆ ยืนยันว่ารถคันดังกล่าวนั้นเป็นของใคร และตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงไม่พบผู้ใดมาแสดงตนเพื่อเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว
จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า บริเวณดังกล่าวปกติจะเห็นเจ้าหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ และเดินลาดตระเวนอยู่บ่อย ๆ แต่วันนี้แก๊งขโมยรถส่งขายข้ามลาวถึงกล้าเอามาลงที่ริมฝั่งโขง


จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อติดตามหาเจ้ารถมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องหลังการตรวจยึดเป็นการแจ้งข้อมูลข่าวสารจากชาวบ้านเหล่าล้อมที่ทำการประมงในแม่น้ำโขงพบเห็นการลักลอบโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติจึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจยึดไว้ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเป็นขบวนการใหญ่ที่นำรถยนต์จากบ่อนการพนันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลักลอบส่งออกไปยังประเทศ สปป.ลาวและรถยนต์ที่ประกันชั้นหนึ่งที่เจ้าของรถยนต์ไม่สามารถส่งต่อได้จึงนำส่งออกไปขายยังประเทศ สปป.ลาว และแจ้งหายให้บริษัทประกันเป็นผู้รับผิดชอบซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดในการจัดการเรื่องนี้
ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร/รายงานจากมุกดาหาร

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 101 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.