ผู้ตรวจการแผ่นดิน-ศอ.บต.ลุยช่วยเด็ก ม.3 ชายแดนใต้

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 94 ครั้ง

วันนี้ (24 มกราคม 2563) สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมกับ ศอ.บต. จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาสและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งได้ร่วมลงนาม MOU เมื่อ 13 กันยายน 2562 โดยมี นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายประทีป ทรงลำยอง รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมทั้งคณะทำงานจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการและแผนงาน

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ความสำคัญกับนักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ จังหวัดสงขลา ซึ่งประสบเหตุการณ์ความไม่สงบ ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศโดยรวม เกิดปัญหาการว่างงานและขาดแคลนแรงงาน จึงได้สั่งการให้ นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน. บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝึกอบรมเพิ่มทักษะด้านอาชีพ และจัดหาตำแหน่งงานว่างรองรับเด็กที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อมีงานทำมีรายได้ และไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบ ม.3 จำนวน 871 คน โดยประสานสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่ จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเตรียมเข้าทำงาน ตั้งเป้าหมายการฝึกอบรมรวม 28 หลักสูตร 220 อัตรา ได้แก่ สงขลา 8 หลักสูตร สตูล 7 หลักสูตร ปัตตานี 2 หลักสูตร ยะลา 6 หลักสูตร และนราธิวาส 5 สูตร อาทิ ช่างซ่อมเครื่องยนต์ ช่างไฟฟ้า ผู้ประกอบอาหารไทย โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าฝึกอบรมเพิ่มทักษะด้านอาชีพ เช่น ต้องเป็นนักเรียนครอบครัวยากจน มีภูมิลำเนาและพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ม.3. เป็นต้น

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า หลังจากนักเรียนผ่านการฝึกอบรมเพิ่มทักษะด้านอาชีพตามหลักสูตรที่กำหนดแล้ว จะสามารถเข้าทำงานในภาคเอกชน โดยได้รับค่าจ้างที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำแน่นอน

บุญยงค์ สดสอาด อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 94 ครั้ง

โพสต์ที่คุณต้องอ่าน...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.