“รณสิทธิ์” ร้อง ป.ป.ช.ตรวจสอบสถานบันเทิงของ “เสี่ยกำพล” ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ เหตุไม่ถูกยึดและอายัด แฉมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง ปปง.อักษรย่อ ช.และ ป. มีเอี่ยว พร้อมตั้งข้อสงสัยปมสั่งไม่ฟ้องภรรยาและลูก แถมหมายจับ “เสี่ยกำพล” ปลิว

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 166 ครั้ง

“รณสิทธิ์” ร้อง ป.ป.ช.ตรวจสอบสถานบันเทิงของ “เสี่ยกำพล” ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ เหตุไม่ถูกยึดและอายัด แฉมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง ปปง.อักษรย่อ ช.และ ป. มีเอี่ยว พร้อมตั้งข้อสงสัยปมสั่งไม่ฟ้องภรรยาและลูก แถมหมายจับ “เสี่ยกำพล” ปลิว

ป.ป.ช. วันนี้ ( 25 ม.ค.) นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ ยื่นหนังสือ ต่อ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ ช่วยเหลือ นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครท ไม่ให้ทรัพย์สิน ที่ดิน และอาคารเดอะลอร์ด ซอยรัชดา ซอย 7 และที่ดิน พร้อมอาคารโคปาคาบาน่า มูลค่าหลายพันล้านบาท ถูกยึดอายัด โดยเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ ปปง. รู้เห็น และนำมาสู่การจะเปิดกิจการใหม่ ทั้ง เดอะลอร์ด และโคปาคาบาน่า โดยกลุ่มทุนพนันออนไลน์ กลุ่มทุนจีน และกลุ่มนอมินีของนายกำพล ในวันนี้จึงมายื่นหนังสือ ให้ตรวจสอบว่านายกำพลให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่
เพราะมีข้อมูลว่าในช่วงที่เกิดเหตุเมื่อปี 2561 นายกำพลก็มีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ ปปง. ระดับสูง 2 คน ชื่อย่อ ช.และ ป. มีการจ่ายเงินมูลค่า 50 ล้านบาท และพระเครื่อง ซึ่งไม่ทราบว่าเหตุดังกล่าว มีความเกี่ยวเนื่องจนทำให้สถานบริการดังกล่าวได้รับการยกเว้น หรือปล่อยจากการถูกยึดและอายัดจากคดีดังกล่าวหรือไม่

    นายรณสิทธิ์ ยังเปิดเผยด้วยว่าสถานอาบอบนวดที่ชื่อเดอะลอร์ด  ที่จะกลับมาเปิดใหม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเดอะพาเลส ซึ่งเป็นการซึ่งเป็นการเข้ามา ดำเนินธุรกิจโดยกลุ่มทุนใหม่ ชื่อย่อ ธ. ซึ่งก็เป็นเครือข่ายของนายกำพล ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการเข้ามาทำธุรกิจในลักษณะนอมินีหรือโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่ไม่ถูกยึด   และนาย ธ. เป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงการพนัน และได้ดึงกลุ่มทุนจีน ที่อยู่ในแวดวงพนันเข้ามาร่วมธุรกิจ และยังมีลูกชายของนายกำพลคือนายธนพล และ นาย บ. ที่เป็นทุนหลักของนายกำพล  ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าในปัจจุบันธุรกิจอาบ อบ นวด ค่อนข้างที่จะซบเซา  ประกอบกับทรัพย์สินและตึกของสถานบริการดังกล่าว อยู่บนถนนรัชดาซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท จะคุ้มค่ากับการเข้ามาลงทุนหรือไม่ หรือว่าจะเป็นกลุ่มทุนจีนสีเทาเข้ามาลงทุนเพื่อฟอกเงิน  รวมทั้งการให้เช่าสถานที่ อาบ อบ นวด โคปาคาบาน่า และ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 3 ใบ  ที่กลุ่มลาลิซ่า 2020 เข้ามาเซ้ง ก็ควรจะตรวจสอบว่าเป็นการเข้ามาเพื่อฟอกเงินหรือเป็นนอมินีของนายกำพล

” แต่ที่สงสัยคือทรัพย์สินเหล่านี้ กลับมาเปิดแทนที่จะถูกยึดหรืออายัดจากทาง ปปง. จึงได้มายื่นหนังสือเพื่อให้ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าทรัพย์สินของนายกำพลผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ทำไมจึงไม่ถูกยึดหรืออายัด และมีการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่”
นายรณสิทธิ์ กล่าว

   นายรณสิทธิ์ยังกล่าวว่า ในฐานะที่เป็น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของมูลนิธิฯ และเข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ หลังเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปช่วยเหลือ จับกุมผู้กระทำผิด ซึ่งได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการดำเนินคดีตั้งแต่ต้น  รวมถึงการ ติดตามตรวจสอบการทำงาน ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้กระทำผิดหรือไม่ จึงเป็นสาเหตุที่เราต้องติดตามเรื่องนี้ต่อเนื่อง

   นายรณสิทธิ์ ยังกล่าวว่า ในการเข้าจับกุมและตรวจสอบของดีเอสไอ ที่ผ่านมาพบเส้นทางการเงิน เกี่ยวข้องกับนายกำพล นายธนพล และนางนิภา วีระเทพสุภรณ์ ภรรยาของนายกำพล จึงมีการออกหมายจับทั้ง 3 คน  แต่ภายหลัง คณะกรรมการอัยการ ฝ่ายคดีค้ามนุษย์ มีความเห็น สั่งไม่ฟ้องนายธนพลและนางนิภา ในคดีค้ามนุษย์และคดีที่เกี่ยวข้อง   ส่วนนายกำพล ยังมีคดีค้ามนุษย์ และคดีอื่นๆรวม 12 คดี แต่ล่าสุดได้ตรวจสอบในเรื่องของหมายจับพบว่าไม่มีหมายจับแล้ว หรือจะมีการสั่งไม่ฟ้องแล้วหรือไม่  ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าทั้ง 3 คนมีหลักฐานชัดเจนในเรื่องเงินที่ถูกโอนเข้าบัญชีแต่ทำไมจึงไม่ถูกฟ้อง ทั้งที่เรื่องนี้เทียบเคียงได้กับคดี อาบ อบ นวด นาตารี  

และในวันนี้ยังได้ยื่นเรื่องทวงถามความคืบหน้ากรณีที่ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบคำสั่งอัยการ กรณีไม่ฟ้อง นายธนพล และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ ลูกและภรรยา นายกำพล ที่ยื่นไปแล้วตั้งแต่ ส.ค.2564
นายรณสิทธิ์ยังเปิดเผยว่าข้อมูลเบื้องต้นที่ได้จากดีเอสไอ ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่านายกำพลขณะนี้พำนักอยู่ต่างประเทศหรือในประเทศ แต่ในส่วนของนายธนพลและนางนิภาอยู่ในประเทศไทยและนายธนพลปัจจุบันเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามบริษัทเซเว่น ฮอลิเดย์ โฮเท็ล จำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของเดอะลอร์ด และมีการลงนามให้กลุ่มทุนใหม่เปิดดำเนินกิจการ ในชื่อใหม่ที่ชื่อว่า เดอะพาเลส

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 166 ครั้ง