นครราชสีมา-วงจรปิดจับภาพกระบะพุ่งชนรถจักรยานต์ไฟฟ้าร่างกระเด็นไกลกว่า 50 เมตรบาดเจ็บสาหัสทันที 2 รายพ่อผู้บาดเจ็บหวั่นลูกไม่ฟื้น

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 231 ครั้ง

นครราชสีมา-วงจรปิดจับภาพกระบะพุ่งชนรถจักรยานต์ไฟฟ้าร่างกระเด็นไกลกว่า 50 เมตรบาดเจ็บสาหัสทันที 2 รายพ่อผู้บาดเจ็บหวั่นลูกไม่ฟื้น

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 วงจรปิดจับภาพวินาทีจักรยานต์ไฟฟ้าของเด็กนักเรียน 2 คนออกมาจากแยกก่อนเจอรถกระบะสีดำขับพุ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนอย่างจังทำให้ร่างของเด็กนักเรียนทั้ง 2 คน จนร่างกระเด็นออกจากจักรยานต์ไฟฟ้ากระเด็นออกไปไกลกว่า 50 เมตรจากแยกที่เกิดเหตุ ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุ บริเวณสี่แยกวัดใหม่สระประทุม บ้านสระประทุม หมู่ 2 ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา สอบถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 จุดโชคชัย แจ้งว่าถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีอาการบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่และไม่มีสติทราบชื่อของเด็กนักเรียนคือน้องต้นกล้า อายุ 11 ปี (คนขับใส่ชุดเล่น) และน้องใบตอง (คนซ้อนชุดนักเรียน) อายุ 11 ปี เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งกำลังจะขับจักรยานต์ไฟฟ้าไปโรงเรียน ตอนนี้อาการบาดเจ็บทราบว่าน้องต้นกล้า มีสติแล้วและสามารถพูดคุยได้ ส่วนอีกคนคือน้องใบตอง ยังอาการโคม่าอยู่ในห้องไอซียูและยังไม่ได้สติ ซึ่งทางพ่อก็หวั่นเป็นห่วงว่าลูกจะไม่ฟื้นคืนกลับบ้าน ส่วนคู่กรณีก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรเลยในเรื่องของการเยียวยารักษา

โดยนายสมพงษ์ เมื่อยกระโทก อายุ 51 ปี คนเห็นเหตุการณ์ในพื้นที่ เล่าว่า ตอนแรกตนก็อยู่บริเวณหน้าบ้านได้เห็นนักเรียน 2 คนขับรถจักรยานต์ไฟฟ้าออกมาจากบริเวณทางแยกวัดนอก กำลังจะพุ่งตรงข้ามฝั่งมา ตอนนั้นตนเห็นกระบะคันที่ชนขับมาด้วยความเร็วมาก ตนกำลังจะตะโกนบอกเด็กนักเรียนทั้ง 2 คนว่าระวัง แต่ระหว่างที่จะตะโกนบอกก็ไม่ทันการรถกระบะพุ่งชนอย่างแรง จนร่างเด็ก 2 คนกระเด็นจากแยกไปไกลกว่า 50 เมตร ตนก็วิ่งไปดูพบว่าไม่มีสติทั้งคู่ ตอนนั้นทางกู้ภัยเข้ามาช่วยก็เห็นว่าปั้มหัวใจฟื้นขึ้นมา 1 คน แต่อีกคนนอนแน่นิ่ง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวตนก็ตกใจมากและเสียใจที่ตะโกนบอกเด็กไม่ทันการ ส่วนแยกตรงนี้ก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยแต่ก็ไม่รุนแรงแบบนี้

ด้านนายสมเกียรติ เฉยกระโทก อายุ 37 ปี พ่อของน้องใบตองที่อาการโคม่า เปิดเผยว่า ตนได้ทราบเรื่องว่าลูกเกิดอุบัติเหตุก็วิ่งออกมาดูลูกพบว่าอาการตอนนี้ยังโคม่าอยู่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2565 เวลา 07.40 น.ซึ่งตอนนี้ผ่านมา 1 อาทิตย์แล้ว ลูกตนยังอยู่ในห้องไอซียูและยังไม่มีสติกลับมา หมอต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ซึ่งหมอได้บอกอาการว่าน้องเลือดออกในสมองเยอะเพราะเกิดจากการกระทบกระเทือนสมอง ตอนนี้ก็ต้องรอปาฏิหาริย์ว่าลูกจะฟื้นขึ้นมาหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ส่วนคู่กรณีผ่านมา 1 อาทิตย์ยังไม่มีการมาพูดคุยกับตน มีเพียงแต่มาแวะมาเยี่ยมในวันเกิดเหตุ หลังจากนั้นก็ไม่มาอีกเลย ทั้งนี้ตนก็อยากให้มีการเยียวยารักษาลูกตนด้วย อุบัติเหตุแบบนี้ตนก็ไม่อยากให้เกิดเพราะเกิดมาแล้วก็มีแต่สูญเสีย

***ทางผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อคนขับรถกระบะคันสีดำไม่สามารถติดต่อได้และติดต่อไปทางญาติของคนขับรถกระบะพบว่าไม่สะดวกให้ข้อมูลแต่อย่างใด

อภิรักษ์ ศรีอัศวิน/ข่าวนครราชสีมา 098-532-2444

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 231 ครั้ง