“เฟริ์ส สครับบลู”เจ้าของแบรนด์ดาวTikTok หอบเอกสารร้องกองปราบ โดนหลอกซ้ำซ้อน โอนเงินไปหลายครั้ง สูญเงินกว่า 1.6 ล้าน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 471 ครั้ง

“เฟริ์ส สครับบลู”เจ้าของแบรนด์ดาวTikTok หอบเอกสารร้องกองปราบ โดนหลอกซ้ำซ้อน โอนเงินไปหลายครั้ง สูญเงินกว่า 1.6 ล้าน

วันที่ 24 ต.ค. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน กทม.

ดร.เกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความพา น.ส.วนัชพร คำเจริญ หรือ น้องเฟริ์สสครับบลู หรือ @fires_sugerblue อายุ 18 ปี แม่ค้าออนไลน์ เจ้าของแบรนด์สบู่ และ ดาว TikTik มีคนติดตาม 103 K . เข้าแจ้งความ ร.ต.ท.เอกรินทร์ ทองหยด รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.แจ้งความหลังถูก น.ส.ศวรรยา (ขอสงวนนามสกุล) หรือซี” หลอกให้โอนเงิน 1.6 ล้าน

โดย “น้องเฟริ์ส สครับบลู”เปิดเผยว่าหลังจากที่ตนเองประกาศหาบ้านเช่าที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาผ่านทาง ไอจี. ส่วนตัวไป มีเด็กอายุ 16 ปี อ้างเป็นนายหน้าติดต่อมา พร้อมส่งภาพถ่ายบ้านเช่าที่ภูเก็ตมาให้ดู บอกเป็นของพ่อ ได้คุยกันจนสนิทและเชื่อใจ ก่อนจะโอนเงินจองบ้านเช่าไปกว่า 3 แสนบาท

หลังจากนั้นตนได้พูดคุยกันเรื่อยมา ก่อนจะปรึกษาขอคำแนะนำว่ามีทนายความช่วยทำคดีมั้ย เนื่องจากตนเองถูกชาวเน็ตคอมเม้นต์ด่าจำนวนมากในคลิปที่โพสต์ลงTikTok
เขาแนะนำทนายความให้ติดต่อเจรจากันจนเชื่อใจก่อนจะตกลงว่าจ้างให้ทำคดี ได้เรียกค่าใช้จ่ายในการทำคดี
จากนั้นได้โอนเงินค่าทนาย 5 แสนกว่าบาท

น้องเฟิร์ส ฯ ยังเปิดเผยอีกว่า เนื่องจากต้นเองเป็นเจ้าของแบรนด์ มีความจำเป็นจะต้องหาคนทำตลาดมาเก็ตติ้งให้เพื่อให้แบรนด์เติมโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงลงประกาศในไอจี.รับหาคนทำการตลาดให้ มีคนแนะนำ ไอจี.มาให้ดูบัญชีหนึ่ง เข้าไปส่องดูโปรไฟล์ก็สนใจ มีตัวตนหน้าเชื่อถือถูกต้องดี จึงทักไปคุยด้วย ก่อนสินใจว่าจ้าง โดยเขามาคุยด้วยที่ จ.ลพบุรี นัดหมายเจอกันเพื่อทำสัญญาว่าจ้าง ก่อนจะโอนเงินค่าทำสัญญาไปจำนวนหนึ่ง
จากนั้นเขาแนะนำให้เราเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพราะเห็นว่าเราเป็นเจ้าของแบรนด์แต่ภาษาอังกฤษอ่อน จะบริหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร
หลังจากนั้นนัดเจอกันอีกครั้งที่ปทุมธานี บอกให้เราโอนค่ายิงแอดฯ โฆษณาราคา 4 แสนบาท ซึ่งเราเข้าใจเรื่องการนี้ดีจึงโอนให้ไปตามคำขอมา
หลังจากนั้นก็ขอคำแนะนำ ซี ว่ามีทนายคนอื่นหรือไม่ เพราะมีความประสงค์จะหาทนายใหม่มาช่วยทำคดี “ซี “ได้แนะนำมาอีกคน ติดต่อกันก่อนจะขอตั๋วทนายให้ส่งมาให้ดู พบว่ามีการตัดแปะรูปภาพ และเมื่อใบเสร็จ กับใบกำกับภาษีดู พอส่งมาก็พบว่าเป็นของทำขึ้นมาเอกอีก ไม่ใช่เอกวารจริง เชื่อว่าเขาน่าจะเป็นทนายปลอม
หลังจากนั้นตนได้นัด ซี มาพบเพื่อสอบถามเรื่องทั้งหมด เขาอ้างว่าถ้าทำงานด้วยกันแล้วไม่สบายใจก็ยืนดีโอนเงินคืนให้ทั้งหมด
วันนี้เราจึงรู้ว่า ซี กับทนายความที่อ้างถึงเป็นคนเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เงินคืน และติดต่อไม่ได้อีกเลย
สรุปตนโดนโกงแล้ว 3 ครั้ง เจอบุคคลแอบอ้างเป็นทนายโดยใช้ตั๋วทนายคนอื่นมาตัดแปะรูปแทน มีการใช้เอกสารใบเสร็จ ใบกำกับภาษีปลอม รวมเป็นเงินประมาณ 1.6 ล้านบาท

ด้าน ดร.เกรียงศักดิ์ ทนายความกล่าวว่า ผู้เสียหายถูกบุคคลสองกลุ่มหลอกโอนเงินต่อเนื่องกันจากการทำธุรกิจการตลาดและเช่าบ้าน ซึ่งบ้านเช่าก็ไม่ได้ ทนายความที่ต้องการว่าจ้างมาทำคดีก็เป็นทนายทิพย์ หลังพบพนักงานสอบสวนแจ้งความเสร็จแล้วจะไปร้องสถาทนายความให้ทราบพฤติการณ์ว่าปัจจุบันมีคนหากินด้วยการหลอกจัดหาทนายความให้แต่ไม่มีทนายว่าความให้จริงๆ แค่แอบอ้างว่ามีทนายทำคดีให้ แต่หลอกเอาเงินค่าทนาย เป็นทนายทิพย์
คดีนี้ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งใบกำกับภาษีปลอม เอกสารการโอนเงิน รวมถึงแชทข้อความสนทนากับผู้เสียหายมาให้พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารกับเด็กทั้ง 2 ราย ซึ่งไม่รู้ว่ามีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกันหรือไม่รอให้ตำรวจตรวจสอบดู

ด้าน นายศิตางศุ์ บัวทอง เน็ตไอดอล เปิดเผยว่าตนอยู่ในกลุ่มเดียวกับน้องเฟิร์ส์ รู้เรื่องที่เฟิร์ส ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงหลายครั้ง จึงพามาให้ทนายเกรียงศักดิ์ช่วยมาแจ้งความวันนี้

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 471 ครั้ง