ผู้เสียหายขายดาวน์รถ แห่ร้องกองปราบฯ ช่วย หลังพบรถโดนเอาไปขาย ต้องผ่อนค่างวดที่เหลือเอง

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 574 ครั้ง

ผู้เสียหายขายดาวน์รถ แห่ร้องกองปราบฯ ช่วย หลังพบรถโดนเอาไปขาย ต้องผ่อนค่างวดที่เหลือเอง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน กทม. นาย วีระพงษ์ – เดี่ยว เพ็งจันทร์ อายุ 32 ปี อาชีพช๊อปปี้ฟู๊ด ส่งอาหาร

พร้อมผู้เสียหายรวม 15 ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.เอกรัตน์ ขวัญฤกษ์ สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป. แจ้งความกรณีถูกหลอกซื้อดาวน์รถ แล้วไม่ปิดยอด ทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อนถูกไฟแนนซ์ทวงเงินค่างวด ต้องผ่อนลมต่อ รถก็ไม่ได้ใช้เพราะมิจฉาชีพเอาไปขายเต้นท์รถมือสอง บางคันถูกขายส่งไปประเทศข้างเคียงแล้ว

นาย วีระพงษ์ พร้อมผู้เสียหายรายอื่น เปิดเผยพฤติการณ์คนร้ายรายนี้ว่า ช่วยต้นปีที่ผ่านมา ผู้เสียหายแต่ละคนที่มีรถยนต์บ้าง รถปิคอัพบ้าง ที่เดือดร้อนทำมาหากินไม่ได้จากปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 จนต้องออกจากงานไม่มีรายได้ บ้านก็ต้องเช่า ลูกก็ต้องเรียน รถก็ต้องผ่อนค่างวด เมื่อขาดรายได้ก็จำเป็นต้องขายดาวน์ จึงไปค้นหาในเฟซบุ๊ก พบเพจชื่อ”Ttn Car “ รถสวย ซื้อ ขายแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสองทุกประเภท”ประกาศรับซื้อรถ จึงเข้าไปโพสต์ประกาศขายดาวน์ มีผู้ใช้บัญชีชื่อ”นายเอกภูมิ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ติดต่อสอบถามมาคุยผ่านแมสเซนเจอร์ ก่อนจะแอดไลน์เจรจาและโทรศัพท์พูดคุยตกลงกัน

เขาจะโพสต์ประกาศรับซื้อรถที่ติดดาวน์ผ่อนรถไม่ไหว อ้างว่าปิดจริง ปิดสูง ปิดเท่าไหร่ก็ได้ภายในสองเดือน โพสต์ประกาศเชิญชวนตลอดเวลา โดยมีโชว์เอกสารบริษัทเต้นท์รถที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์แลดูแล้วน่าเชื่อถือ ไม่คิดว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพมาโพสต์หลอกลวง จึงตัดสินใจขายดาวน์ ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ก่อนส่งมอบรถให้คนร้ายรายนี้ไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 เดือน ผู้เสียหายแต่ละรายจะถูกบริษัทไฟแนนซ์ที่ทำสัญญากู้ซื้อรถทวงเงินค่างวด แจ้งว่าผู้เสียหายขาดชำระเงินค่างวด จึงรู้ว่าโดนคนร้ายหลอกซื้อดาวน์ เอารถไปแล้วแต่ไม่ส่งค่างวดแทนต่อไฟแนนซ์ตามที่ตกลงกันไว้

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ตนซื้อรถอีซูซุ จากศูนย์ฯ ทำสัญญาผ่อน 72 งวด ขอตนผ่อนดาวน์ไปแล้ว 2.5 แสนบาท ขายดาวน์ให้คนร้ายไปจำนวน 2 แสนบาท ได้เงินมา 2 แสน ผ่านมา 2 เดือน ก็ยังไม่ปิดยอดตามที่สัญญาไว้ จนถึงเวลานี้เลยมา 7 เดือน

ผู้เสียหายบางคนโดนไฟแนนซ์ทวงหนี้ จะต้องรับผิดชอบผ่อนลมต่อไปอีก 4-5 ปี โดยที่รถก็ไม่ได้ใช้ แต่ต้องมาผ่อนชำระแทนคนร้ายอีก
เมื่อผู้เสียหายแต่ละคนได้รับการทวงถามจากไฟแนนซ์ก็รู้สึกผิดสังเกตจึงติดต่อพูดคุยกัน ถึงรู้ว่าถูกนายเอกรัตน์ฉ้อโกงหลอกซื้อดาวน์แล้วไม่ส่งค่างวดตามที่ทำสัญญาว่าจะปิดยอดชำค่ารถให้ภายในสองเดือน โดยมีเสี่ยเจ้าของเต้นท์ที่เป็นนายทุนอยู่เบื้องหลัง
เมื่อติดตามหารถที่นายเอกรัตน์เอาไปก็พบว่าบางคันถูกเอาไปขายเต้นท์รถมือสองเต้นท์อื่นแล้ว โดยใช้เอกสารปลอม แจ้งว่าเป็นรถที่ได้มาจากการซื้อสด เต้นท์ที่รับซื้อรถไปต่อไปทำเล่มทะเบียนรถ ใหม่รอครบ 60 วันแต่กลับไม่ได้รับเล่ม ก็ติดต่อกลับมาทางผู้เสียหายเจ้าของรถที่ไปขายดาวน์ถึงรู้ว่ารถตัวเองถูกคนร้ายเอาไปขายต่อแล้ว นอกจานี้ยังพบว่ามีบางคันถูกขายต่อไปประเทศเพื่อนบ้านก็มี

เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายถูกฉ้อโกงเอารถไปกว่า 60 คัน แต่ที่รวมตัวกันมาแจ้งความกองปราบฯ วันนี้ 15 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ผู้เสียหายที่เหลือยังไม่กล้าออกมาแจ้งความเพราะคนร้ายขู่ว่าถ้าใครแจ้งความจะไม่ปิดยอดให้ พวกเราต้องการให้ตำรวจช่วยติดตามรถคืนและเดินคดีกับคนร้ายฉ้อโกงรายนี้

พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้รับแจ้งความสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละรายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 574 ครั้ง