กองปราบ รวบหนุ่มแสบถ่ายคลิป-แบล็กเมล อดีตนักการเมืองท้องถิ่น จนเป็นเหตุให้ฆ่าตัวตาย

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 446 ครั้ง

กองปราบ รวบหนุ่มแสบถ่ายคลิป-แบล็กเมล อดีตนักการเมืองท้องถิ่น จนเป็นเหตุให้ฆ่าตัวตาย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.4 บก.ป. นำโดย พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายคำดี (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ จ.1507/2565 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 โดยกล่าวหาว่า“กรรโชกทรัพย์,รีดเอาทรัพย์และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้”
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง
2.ซิมการ์ด 7 อัน
3.บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย จำนวน 1 ใบ จับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ตำบลดอนจิก อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

เนื่องด้วยก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าวการเสียชีวิตของอดีตนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิตโดยไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย จึงได้ร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงดังกล่าว จากการตรวจสอบการเสียชีวิตพบว่าพยานหลักฐานการตรวจที่เกิดเหตุ รายงานการชันสูตรของแพทย์ ยืนยันได้ว่าการเสียชีวิตเข้าได้กับการฆ่าตัวตายโดยวิธีใช้เชือกผูกคอตายด้วยตนเองได้จริง

ต่อมาจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม พบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตที่บริเวณบ่อปฏิกูลข้างบ้าน จึงได้นำมาตรวจสอบพบว่าก่อนการเสียชีวิต มีการติดต่อกับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง และพบประวัติการสนทนาในเฟซบุ๊กกับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง มีการสนทนาเกี่ยวกับการขอให้ลบคลิปลับของผู้ตาย และมีประวัติการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารบัญชีหนึ่งมาโดยตลอด จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายได้ใช้วิธีการสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม โดยใช้รูปโปรไฟล์เป็นหญิงสาวหน้าตาดี ทักไปคุยกับเหยื่อในเชิงชู้สาว ก่อนจะหลอกให้เหยื่อวิดีโอคอลหรือบันทึกภาพและคลิปวิดีโอในลักษณะอนาจาร และส่งให้กับคนร้าย จากนั้นคนร้ายจะนำคลิปที่ได้มา ใช้ในการข่มขู่ผู้เสียหายโดยการสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาอีกหนึ่งบัญชี เพื่อใช้ทักไปหาผู้เสียหาย และอ้างว่าพบคลิปหลุดของผู้เสียหายอยู่ในทวิตเตอร์ จึงเตือนว่าหากไม่รีบดำเนินการลบคลิปดังกล่าวอาจถูกเผยแพร่ และส่งต่อเป็นวงกว้าง และบอกว่าตนรู้จักกับเจ้าหน้าที่ และช่างที่สามารถลบคลิปได้ ซึ่งหากเหยื่อต้องการลบคลิปตนจะแนะนำให้รู้จัก
จากนั้นคนร้ายได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กปลอมอีกบัญชีหนึ่ง ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ ที่อ้างว่าสามารถลบคลิปได้ติดต่อกับเหยื่อ โดยแจ้งกับเหยื่อว่าหากต้องการลบคลิปจะทำได้โดย 3 วิธีการ คือ
1.ใช้การอัดคลิปเปลือยกายในลักษณะเดิมเพื่อนำมาใช้อัพโหลดทับเพื่อลบคลิปเก่า
2.จ้างให้ตัดต่อคลิป ให้มีลักษณะคล้ายกับคลิปเดิมเพื่อนำไปใช้ลบคลิปเดิม
3.ใช้การปล่อยไวรัสเข้าไปลบคลิปซึ่งจะต้องมีค่าดำเนินการในการซื้อไวรัส จากนั้นเมื่อเหยื่อกลัวว่าคลิปดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ คนร้ายจะให้เหยื่อโอนค่าดำเนินการเข้าบัญชีของคนร้าย ครั้งละตั้งแต่ 300 ถึง 15,000 บาท หลังจากได้เงินไปก็จะเว้นช่วงก่อนจะติดต่อไปหาเหยื่ออีกครั้ง และบอกกับเหยื่อว่าพบคลิปของเหยื่อเพิ่มเติมอีก และให้เหยื่อโอนเงินเพื่อเป็นค่าดำเนินการลบคลิปเพิ่มเติมอยู่เรื่อย ๆ โดยตลอด เหยื่อบางรายต้องจ่ายเงินต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคารของคนร้าย พบว่าในห้วงระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด มีเงินเข้าบัญชีประมาณ 460,000 บาท

ซึ่งในส่วนของเหยื่อรายที่เสียชีวิตพบว่าคนร้ายได้มีการหลอกบังคับเอารหัสเฟซบุ๊กของผู้ตาย และได้ข่มขู่ให้คนตายวิดีโอคอลเปลือยกายเพื่อให้คนร้ายบันทึกคลิปเพิ่มเติมและเรียกเงินโดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการลบคลิปต่อเนื่องมากว่า 2 ปี จนกระทั่งวันเกิดเหตุพบว่าผู้ตายไม่ยอมทำตาม คนร้ายจึงได้ส่งคลิปเปลือยของผู้ตายไปให้กับเพื่อนผู้ตายในเฟซบุ๊กกว่า 20 คน แล้วถ่ายภาพส่งให้ผู้ตายดูว่าได้ปล่อยคลิปให้บุคคลอื่นแล้ว จึงทำให้ผู้ตายเกิดความเครียด และอับอายจึงตัดสินใจก่อเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายคำดี ผู้ต้องหา จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหานี้ตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น จนกระทั่งวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ ค.116/2565 ลง 28 กรกฎาคม 2565 เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่ ต.ดอนจิก อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ และตรวจยึดพยานหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง (ตรวจสอบเบื้องต้นพบคลิปเปลือยกว่า 1,000 คลิปในโทรศัพท์มือถือ และพบประวัติการสนทนากับเหยื่อกว่า 10 คน) พร้อมซิมการ์ดจำนวน 7 ซิม สมุดบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินจากเหยื่อ บัตรเอทีเอ็มของบัญชีธนาคารดังกล่าว จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. และจะได้เร่งขยายผลหาผู้เสียหายรายอื่นเพิ่มเติมต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยที่ทำไปเพราะต้องการนำเงินไปใช้ส่วนตัวนะ

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนว่า คดีหลอกให้รัก และคดีแบล็กเมลทางเพศออนไลน์ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ หรือจะเป็นเพศไหน ก็สามารถตกเป็นเหยื่อได้ และในปัจจุบันถึงแม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไป แต่วิธีการที่คนร้ายใช้หลอกไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย คือ การใช้อารมณ์รัก โลภ หลง ของมนุษย์มาเป็นเครื่องมือ จึงอยากจะขอให้ใช้ความระมัดระวังในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่ควรเปิดกล้องหรือบันทึกคลิปส่วนตัวส่งให้กับบุคคลที่รู้จักผ่านกันทางออนไลน์ เนื่องจากอาจตกเป็นเหยื่อของคนร้ายในรูปแบบนี้ได้

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 446 ครั้ง