พนักงานการท่าเรือฯ ร้อง ดีเอสไอ รับกรณีถูกหลอกลวงให้สมัครสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นคดีพิเศษ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 405 ครั้ง

พนักงานการท่าเรือฯ ร้อง ดีเอสไอ รับกรณีถูกหลอกลวงให้สมัครสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นคดีพิเศษ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ก.ค.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ พร้อมพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย กว่า 100 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)กรณีถูกหลอกลวงให้สมัครสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และมีการยักยอก หรือฉ้อโกงเงินประเดิมที่การท่าเรือฯ จะต้องจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในทันทีที่มีการสมัครเป็นสมาชิกกองทุน ทั้งนี้เพื่อเป็นการชดเชยสิทธิของพนักงานที่มีอยู่ในระบบบำนาญเดิมแต่ออกมาเข้าระบบกองทุน ทำให้สมาชิกกว่า 2,000 คนได้รับความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท

ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษ เพราะมีการบริหารงานที่ทำให้พนักงานกว่า 2,000 คนได้รับความเสียหาย ดังนี้

1.การท่าเรือและกองทุนสัญญาว่าในวันสมัครเข้าเป็นสมาชิกนั้น การท่าเรือจะจ่ายเงินประเดิมให้พนักงานรวมเป็นเงินประมาณ 4,000 ล้านบาทไปเข้าบัญชีของพนักงานในกองทุน แต่ความจริงแล้วขณะนั้นการท่าเรือไม่มีเงินจำนวนดังกล่าวไปจ่ายให้แก่พนักงานแต่ละคนได้ ซึ่งเงินประเดิมนั้นแต่ละคนจะได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับอายุการทำงานตั้งแต่ปีที่เริ่มงานถึงปีที่สมัครเข้ากองทุน เช่นบางคนมีเงินประเดิม 3-5 ล้านบาท บางคนมีเงิน
ประเดิม 1-2 ล้านบาท เป็นต้น แต่จากการหลอกลวงว่าการท่าเรือจะมีการนำเงินประเดิมไปเข้าบัญชีของพนักงานในกองทุนนั้น ทำให้พนักงานหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกกองทุนกว่า 2,000 คนในปี 2548-2549

  1. เมื่อกองทุนได้จดทะเบียนในปี 2548 แต่ปรากฎว่าหลังจากสมัครเป็นสมาชิกแล้วนาน 5 ปีพนักงานฯ จึงได้รับเงินประเดิมครบถ้วนในปี 2553 แต่ความเสียหายในช่วงเวลา 5 ปีนั้น ก็ทำให้พนักงานไม่มีเงินที่จะนำไปแสวงหาผลประโยชน์ในตลาดหลักทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับ และผลที่ตามมาคือ ขณะออกจากกองทุนพนักงานนับพันคนได้รับเงินน้อยกว่าพนักงานที่อยู่ในระบบบำนาญเดิมอย่างมาก แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้บริหารการท่าเรือ และผู้บริหารกองทุน จะเห็นได้ชัดว่าฝ่ายผู้บริหารได้รับเงินเมื่อออกจากกองทุนมากกว่าพนักงานหลายล้านบาท ทั้งที่ผู้บริหารบางคนเงินประเดิมน้อยกว่าหรือเท่ากับพนักงาน การบริหารงานในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ไม่นำเงินจำนวน 4,000 ล้านบาทไปเข้าบัญชีของสมาชิกในกองทุนตั้งแต่วันสมัครตามข้อบังคับนั้น เป็นเหตุให้พนักงานได้รับความเสียหายเป็นกรณีพิเศษเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 “ความผิดมูลฐาน” (3) ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน (4) ความผิดเกี่ยวกับการยักยอกหรือฉ้อโกงหรือประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือกระทำโดยทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจ สถาบันการเงินหรือ หมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งกระทำโดยกรรมการหรือผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในการดำเนินงานของสถาบันการเงินนั้น และ (5)ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ในการยุติธรรมหรือหน่วยงานของรัฐหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น

เบื้องต้น พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษก ดีเอสไอ.รับหนังสือไว้ทำการตรวจสอบและเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

  • [ ]

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 405 ครั้ง