จังหวัดร้อยเอ็ด/…
เนื้อ 10 ชนิด ที่พระพุทธเจ้า “ห้ามภิกษุฉัน” ญาติ-โยมจึงไม่ควรนำมาใส่บาตร

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 470 ครั้ง

จังหวัดร้อยเอ็ด/…
เนื้อ 10 ชนิด ที่พระพุทธเจ้า “ห้ามภิกษุฉัน” ญาติ-โยมจึงไม่ควรนำมาใส่บาตร
ในพระไตรปิฎก เล่มที่ 5 พระวินัยปิฎก เล่มที่ 5 มหาวรรค ภาค 2 ได้กล่าวถึงเรื่องเนื้อ 10 ชนิด ที่พระพุทธเจ้าทรงมีพุทธบัญญัติห้ามภิกษุฉัน ซึ่งมีความโดยย่อดังนี้

  1. ห้ามฉันเนื้อมนุษย์//ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อมนุษย์ รูปใดฉัน ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย อนึ่ง ภิกษุยังมิได้พิจารณา ไม่พึงฉันเนื้อ รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ”
    เหตุผล//:บรรดาคนที่มีศรัทธาเลื่อมใสมีอยู่ เขาสละเนื้อของเขาถวายก็ได้ จะเป็นผิดศิลอาบัติปาราชิก ขาดจากการเป็นพระภิกษุ
  2. ห้ามฉันเนื้อช้าง//พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อช้าง รูปใดฉัน พระองค์ใดฉันต้องอาบัติทุกกฎ”
    เหตุผล//:ในสมัยพุทธกาล ประชาชนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ช้างเป็นราชพาหนะ
  3. ห้ามฉันเนื้อม้า//พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อม้า รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ”
    เหุผล//:ในสมัยพุทธกาลประชาชนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ม้าเป็นราชพาหนะ
  4. ห้ามฉันเนื้อสุนัข//สมัยพุทธกาล ถึงคราวอัตคัดอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้อสุนัข และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต
    เหตุผล//:ประชาชนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้อสุนัขเล่า เพราะสุนัขเป็นสัตว์น่าเกลียด น่าชัง พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อสุนัข รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ
  5. ห้ามฉันเนื้องู//พระยานาคชื่อสุปัสสะก็เข้าไปทูลขอว่าอย่าฉันเนื้องู
    พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้องู รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ”
  6. ห้ามฉันเนื้อราชสีห์//สมัยพุทธกาล พวกพรานฆ่าราชสีห์แล้วบริโภคเนื้อราชสีห์ และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต
    เหตุผล//:พวกภิกษุฉันเนื้อราชสีห์แล้วอยู่ในป่า ฝูงราชสีห์ฆ่าพวกภิกษุเสีย เพราะได้กลิ่นเนื้อราชสีห์พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อราชสีห์ รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ”
  7. ห้ามฉันเนื้อเสือโคร่ง// สมัยพุทธกาล พวกพรานฆ่าเสือโคร่งแล้วบริโภคเนื้อเสือโคร่ง และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเสือโคร่งแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือโคร่งฆ่าพวกภิกษุเสีย
    เหตุผล//:เพราะได้กลิ่นเนื้อเสือโคร่ง พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือโคร่ง รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ”
  8. ห้ามฉันเนื้อเสือเหลือง//สมัยพุทธกาล พวกพรานฆ่าเสือเหลืองแล้วบริโภคเนื้อเสือเหลือง และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเสือเหลืองแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือเหลืองฆ่าพวกภิกษุเสีย
    เหตุผล//:เพราะได้กลิ่นเนื้อเสือเหลือง พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือเหลือง รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ
  9. ห้ามฉันเนื้อหมี //ก็เหมือนกันดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อหมี รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ”
  10. ห้ามฉันเนื้อเสือดาว//สมัยพุทธกาล พวกพรานฆ่าเสือดาวแล้วบริโภคเนื้อเสือดาว และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อเสือดาวแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือดาวฆ่าพวกภิกษุเสีย
    เหตุผล//:เพราะได้กลิ่นเนื้อเสือดาวพระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือดาว รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฎ
    ทิด สุเทพ ลอยแก้ว/รายงาน 092 714 7488
    หมายเหตุ//:(ทิด=เป็นภาษาอิสาน)คำนำหน้าชื่อผู้ที่สึกจากพระ
    เซียง=คำนำหน้าชื่อผู้ที่สึกจากการบวชเณร
    “สังฆรีวัด” หมายถึงเด็กวัด หรือผู้รับใช้พระสงฆ์ ในคลิปที่เห็นเด็กๆสะพายย่ามเดินตามพระสงฆ์ออกบิณฑบาตร คือ สังฆรีวัดครับ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 470 ครั้ง