บก.ปอศ. ร่วม บก.ปพ. “ปฏิบัติการทลายเครือข่ายเงินกู้ออนไลน์มันนี่เดย์เครดิตพบเงินสะพัดในระบบกว่า 454 ล้านบาท

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 523 ครั้ง

บก.ปอศ. ร่วม บก.ปพ. “ปฏิบัติการทลายเครือข่ายเงินกู้ออนไลน์มันนี่เดย์เครดิตพบเงินสะพัดในระบบกว่า 454 ล้านบาท

ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) โดย พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบ.ตร.ผอ.ศปน.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. รอง ผอ.ศปน.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษรวมทั้งสิ้น 61 นาย ร่วมกันจับกุม

  1. นายอนิวัฒน์ (สงวนนามสกุล) 2.นายอลงกรณ์ (สงวนนามสกุล) 3.นายธนพล (สงวนนามสกุล) 4.นายนัฐวุฐ (สงวนนามสกุล) 5.นายพงศกร (สงวนนามสกุล) 6.นายจิรพันธ์ (สงวนนามสกุล) 7.นายอดิเทพ (สงวนนามสกุล) 8.นายสมโชค (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 1133-1140/2565 ลงวันที่ 13 มิ.ย. 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2564 มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. กรณีที่ได้ทำการกู้ยืมเงิน จากเว็บไซต์ มันนี่เดย์เครดิตและชำระค่าดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก โดยต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อวัน หรือร้อยละ 45 ต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 547.5 ต่อปี ถือเป็นการคิดดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย เอารัดเอาเปรียบ ซ้ำเติมประชาชน และผู้ประกอบธุรกิจฯ ในช่วงวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด 19

จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายได้ เปิดเว็บไซต์ มันนี่เดย์เครดิตเพื่อชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปกู้เงิน โดยเน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายได้ โดยขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อของเว็บไซต์ดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานยืนยันตัวตน และไม่ต้องใช้คนค้ำประกันในกรณีที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจฯ กลุ่มคนร้ายจะไปสำรวจกิจการเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่ออนุมัติสินเชื่อแล้วกลุ่มคนร้ายจะโอนเงินไปให้ผู้กู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งของธนาคารไปยังบัญชีธนาคารของลูกหนี้ โดยกลุ่มคนร้ายจะหักยอดเงินกู้เป็นดอกเบี้ยงวดแรกไว้ก่อน หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ก็จะใช้วิธีการข่มขู่เพื่อให้ชำระหนี้

จนกระทั่งในวันที่ 15 มิ.ย. 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ร่วมกับกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น บ้านพัก และ สำนักงานของกลุ่มคนร้ายซึ่งอยู่ในพื้นที่รวม 5 จังหวัด ได้แก่ จ.จันทบุรี จ.ปทุมธานี จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา และ กทม.จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายได้ 8 ราย นอกจากนี้ยังได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยที่น่าเชื่อว่าได้ร่วมกระทำความผิดมาทำการซักถามปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ร่วมขบวนการได้อีก จำนวน 21 ราย รวมผู้ต้องหา 29 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน กก. 5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ขอฝากถึงพี่น้องประชาชน อย่าได้ตกเป็นเหยื่อนายทุนหนี้นอกระบบ เพราะนอกจากจะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่สูงมากแล้ว ยังอาจโดนข่มขู่คุกคาม ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งในปัจจุบันนี้สถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลาย และ สะดวกมากยิ่งขึ้น หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน สามารถแจ้งเบาะแสมาได้โดยตรงที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) สายด่วน 1599 เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สุวรรณดี สว.กก.5 บก.ปอศ. โทร 085415510

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 523 ครั้ง