ชาวบ้านแก่งหลวง อ.ลองฯ “เดือดหนัก” หลังผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ฯ มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส ให้เร่งสอบสวนด่วน เคยร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม แต่ไร้เสียงตอบรับ

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 740 ครั้ง

ชาวบ้านแก่งหลวง อ.ลองฯ “เดือดหนัก” หลังผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ฯ มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส ให้เร่งสอบสวนด่วน เคยร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม แต่ไร้เสียงตอบรับ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2565 ที่วัดแก่งหลวง ต.แม่ปาน อ.ลอง จ.แพร่ มีชาวบ้านแก่งหลวง หมู่ 5 ฯร่วม 50 คน รวมตัวกันเพื่อประท้วงการทำงานของ นายเจริญ ปุกแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ต.แม่ปาน อ.ลอง จ.แพร่ พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอให้ทางอำเภอลอง ฯ ลงมาประเมินการทำงานของผู้ใหญ่บ้าน ถ้าไม่ผ่านการประเมินจะต้องปลดออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้านทันที

นายอินจันทร์ สายทอง อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 3 หมู่ 5 ต.แม่ปานฯ กล่าวว่า การที่ชาวบ้านต้องออกมาประท้วงและร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนในครั้งนี้เนื่องจากว่า ทางผู้ใหญ่บ้าน ที่ดำรงตำแหน่งมานานถึง 10 ปี ไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหมู่บ้าน และที่สำคัญไม่ร่วมกิจกรรมกับชาวบ้านในการทำงานพัฒนา เช่น การสร้างกุฏิพระ ที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านไม่มาช่วย และยิ่งมากกว่านั้น ยังห้ามชาวบ้านไม่ให้มาช่วยทางวัดอีกต่างหาก

สำหรับงานประเพณีของหมู่บ้าน คือ การเข้าเบิก หรือการสะเดาะเคราะห์ของหมู่บ้านเป็นประเพณีทำกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษต้องทำทุกปี ทางผู้ใหญ่บ้านก็เล่นแง่ไม่เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย อ้างว่าผู้ที่ดำเนินการทำข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่บ้าน ยิ่งซ้ำร้ายไปกว่านั้น การประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน จะมีคนเข้าร่วมประชุมเพียง 5-6 คนเท่านั้น ทั้งที่ประชากรทั้งหมดกว่า 500 คน มี 147 หลังคาเรือน แต่ในรายงานประชุม กลับมีรายชื่อของชาวบ้านประชุมมากกว่าความเป็นจริง แสดงว่ามีการลักไก่ใช่ไหม การทำโครงการดับไฟป่า ไม่มีการประชุมชาวบ้านแต่ใส่รายชื่อชาวบ้านไปเพราะหวังงบประมาณเพียงเท่านั้น

นายอินจันทร์ ร่ายยาวอีกว่า การทำฝายกักเก็บน้ำในป่าไว้เพื่อแก้ไขปัญหา Pm2.5 ซึ่งทางราชการให้งบประมาณมา 500,000 บาท ทำฝาย 2 แห่ง ในปีงบประมาณ 2564 แต่ปัจจุบันยังไม่มีการสร้างแต่เบิกเงินมาแล้ว

นอกจากนั้นในช่วงฤดูหาของป่า จะมีการเก็บเงินชาวบ้านต่างถิ่นที่ มาหาเห็ดเผอะ หรืออื่นๆ เงินสะสมนับแสนบาท แต่ไม่มีการชี้แจงเรื่องการเงินแต่อย่างใด ชาวบ้านเคยทำเรื่องร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอลอง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ในกรณียักยอกเงินช่วยเหลือจากโรงโม่หิน ช่วยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตกน้ำตายเมื่อปีที่แล้ว มีการข่มขู่แย่งเอาที่ดินทำกินของ นางจำเรียน ธรรมวัฒนา มาเป็นของผู้ใหญ่ กรณีปลอมเอกสารสมุดเขียวหรือสมุดทะเบียนเกษตรกรเพื่อได้รับเงินเยียวยา ยืมเงินวัดไปใช้ส่วนตัวไม่ยอมคืน นำเงินสมทบสร้างสนามฟุตบอลให้เยาวชนในหมู่บ้านไปใช้ส่วนตัว ซึ่งหนังสือร้องเรียนเหล่านี้ทางอำเภอไม่ดำเนินการสอบสวนให้เกิดความเป็นธรรม

ทั้งหมดทั้งมวลชาวบ้านฯ ขอให้ทางอำเภอเร่งดำเนินการสอบสวนและทำการประเมินการทำงานของผู้ใหญ่บ้านรายนี้โดยเร่งด่วนด้วย ถ้ายังเพิกเฉยจะไปประท้วงที่หน้าทำเภออย่างแน่นอน

ตามที่ชาวบ้านออกมาประท้วง นายเจริญผู้ใหญ่บ้าน ไม่อยู่ในหมู่บ้านออกไปทำธุระอยู่ที่ ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง อย่างไรก็ตาม นายเจริญได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ที่ชาวบ้านกล่าวหาไม่เป็นจริง และที่ผ่านมาตนปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด มีเพียงชาวบ้านที่ขัดแย้งไม่กี่คน สร้างเรื่องขึ้นมา อย่างไรก็ตามตนจะเข้าไปทำความเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาการปกครองท้องที่ระดับผู้ใหญ่บ้านกำนัน เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการใช้อำนาจและการบริหารที่น่าสงสัยในความไม่โปร่งใส ซึ่งวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ยิงผู้ใหญ่บ้านในอำเภอเมืองแพร่ ผลการสอบสวนพบว่า มาจากการบริหารงานที่ใช้ตนเองเป็นศูนย์กลาง การประท้วงของชาวบ้านครั้งนี้ ถ้าภาครัฐยังนิ่งเฉย เฉื่อยแฉะปัญหาก็อาจบานปลายก็เป็นได้

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 740 ครั้ง