ร้อง ปคบ. ตรวจสอบบริษัทปุ๋ยฯ หลังร่วมลงทุน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1350 ครั้ง

ร้อง ปคบ. ตรวจสอบบริษัทปุ๋ยฯ หลังร่วมลงทุน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

เวลา 14.30 น. วันที่ 30 พ.ค. 2565 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร นาย กษิเดช แดงเดช ผู้ช่วย ส.ส. พรรคก้าวไกล พร้อมผู้เสียหายจำนวน 15 คน จากการถูกหลอกร่วมลงทุนในโครงการช่วยเหลือเกษตรกร จากบริษัทเอกชน แห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สง่า เอี่ยมงาม รอง ผกก.2 บก.ปคบ. ร.ต.อ.ปรีดา กัลยารัตน์ รอง สว. (สอบสวน) กก.2 บก.ปคบ.แจ้งความกรณีถูกหลอกให้ร่วมลงทุนคนละ 16,000 บาท ในโครงการช่วยเหลือเกษตรกร อ้างว่าจะได้ทอง 2 บาท และปุ๋ยตราXXX ที่บริษัทเป็นผู้ผลิต แต่สุดท้ายไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง

นายกษิเดช กล่าวว่า ทางพรรคก้าวไกล ได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหายจำนวนมากกรณีถูกบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งฉ้อโกง โดยที่บริษัทแห่งนี้ให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิก จะได้รับปุ๋ยรายละ 1 ตัน พร้อมกับทองคำ นน. 2 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดรับกลับไม่ได้ของตามที่ตกลงไว้
พรรคก้าวไกลยืนอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอ จึงให้ความสนใจลงมาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ แต่วันนี้มาประมาณ 15 คนมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท เพื่อแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสืบสวนสอบสวนพฤติการณ์ของบริษัทแห่งนี้
ตนเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังหลงเชื่อบริษัทแห่งนี้หลอกลวง อาจจะดูว่าความเสียหายยังน้อยอยู่ แต่ถ้าปล่อยให้บริษัทนี้ดำเนินการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนต่อไปอีกเชื่อว่าความเสียหายจะกระจายไปทั่วประเทศแน่นอน

นางอ้อย (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี นายเบิร์ด (นามสมมุติ) อายุ 65 ปี สองพี่น้อง ชาวนครปฐม เปิดเผยว่า เมื่อ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รับคำชักชวนจากพี่ชายในเรื่องการลงทุนทำปุ๋ย โดยพี่ชายได้รู้จักโครงการลงทุนทำปุ๋ยของบริษัทนี้จากนายภูวภัท คนในจังหวัดเดียวกัน ว่าลงทุนทำปุ๋ย 1 ตัน(20 กระสอบ) ในราคา 1.6 หมื่นบาท จะได้รับทองคำ 2 บาท หลังจากนั้นถ้าได้รับการแต่งตั้งเป็น ผอ.อำเภอจะมีเงินเดือนให้เดือนละ 8.5 หมื่นบาท ผอ.ตำบลจะได้เงินเดือน 7.5 หมื่นบาท ผอ.จังหวัดจะได้เงินเดือน 1 แสนห้าพันบาท
แต่เมื่อโอนเงินเป็นค่าสมัครสมาชิก ผ่านมา 3 เดือนแล้วไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ส่วนทอง 2 บาท ที่จะให้ก็ผัดผ่อนบ่ายเบี่ยงตลอดมา จึงเชื่อว่าน่าจะถูกฉ้อโกงแน่นอน

ด้าน น.ส.ปูเป้(นามสมมุติ) อายุ 30 ปี เปิดเผยว่าตนรู้จักบริษัทนี้ผ่านการจัดแข่งขันชกมวยไทย ประสบปัญหาตอนช่วงโควิด-19 ระบาด ขอหยิบยืมเงินไปทำทุนก่อน 4 แสนบาท จะคืนให้ภายใน 4 เดือน โดยบริษัทแห่งนี้สัญญาว่าจะโปรโมทสินค้าของตนให้ในรายการชกมวยด้วย แต่ครบกำหนดแล้วก็ยังไม่ยอมคืนให้ ผลัดผ่อนมาตลอด

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งรวบรวมพยานหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชาส่งฝ่ายสืบสวนทำการตรวจสอบกิจการของบริษัทดังกล่าวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประธานบริษัทแห่งนี้เพิ่งพ้นโทษคดีฉ้อโกงประชาชนที่รับโทษมา 5 ปี หลังจากพ้นโทษออกมาก็กลับมาเปิดบริษัทหลอกลวงเปิดรับสมาชิกลงทุนปุ๋ยยี่ห้อหนึ่ง โดยมีการโปรโมทในรายการชกมวยไทยผ่านทีวีด้วย

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 1350 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.