ตร. เตือนรวมกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่คนไทยต้องรู้ทัน…ไม่เชื่อ…ไม่คุย…ไม่โอน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 549 ครั้ง

ตร. เตือนรวมกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่คนไทยต้องรู้ทัน…ไม่เชื่อ…ไม่คุย…ไม่โอน

วันที่ 12 พ.ค. 2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พยายามพัฒนารูปแบบการหลอกลวงพร้อมทั้งนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาหลอกลวงประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ทราบถึงกลโกงและวิธีการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อ
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าแผนประทุษกรรมในการหลอกลวงของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวมีดังนี้

  1. อ้างว่ามีพัสดุจากบริษัทขนส่งพัสดุข้ามประเทศ เช่น DHL หรือ FedEx และถูกด่านของกรมศุลกากรอายัดไว้และมีสิ่งของผิดกฎหมาย จากนั้นจะให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ(ปลอม) เพื่อทำการตรวจสอบบัญชีหรือให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ
  2. อ้างเป็นข้าราชการ เช่น ศาล อัยการ ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสรรพากร หรือ กรมสรรพสามิต เป็นต้น จากนั้นจะอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมร้ายแรง (เช่น ยาเสพติด ค้ามนุษย์ หรือ ฟอกเงิน) และให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ
  3. อ้างว่าผู้เสียหายค้างค่าปรับจราจร หลอกให้โอนเงินค่าปรับจราจร หรือให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ
  4. อ้างว่าผู้เสียหายค้างชำระค่าบัตรเครดิตเป็นจำนวนมาก หากไม่รีบชำระจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อหลอกให้โอนเงินชำระค่าบัตรเครดิตให้กับคนร้ายทันที
  5. อ้างว่าผู้เสียหายเปิดบัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) ให้คนร้ายใช้ในการกระทำความผิด และให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ
  6. อ้างว่าผู้เสียหายมีการเคลมประกันโควิด 19 เป็นเท็จและมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมร้ายแรง และให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ
  7. อ้างเป็น กสทช. หลอกลวงหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ ค้างค่าชำระ หรือมีผู้ร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จะถูกปิดเบอร์ภายใน 2 ชั่วโมง อีกทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมจากนั้นจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมและให้โอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาตรวจสอบ
  8. อ้างเป็น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือหน่วยงานทางการแพทย์ หลอกขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย หรือหลอกให้โอนเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับคนร้าย

ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่คนร้ายมักจะนำมาใช้ในการสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงพี่น้องประชาชนมีดังต่อไปนี้

  1. การใช้เสียงตอบรับอัตโนมัติ ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์จริง ๆ ไม่ใช่แก๊งมิจฉาชีพ
  2. การส่งภาพของหนังสือราชการ หมายเรียก หมายจับ หรือเอกสารอ้างต่าง ๆ ที่ปลอมขึ้น ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ
  3. การส่งภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ หรือภาพของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง
  4. การตัดต่อคลิปเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการใช้เทคโนโลยี Deepfake ในการปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อวีดิโอคอลกับเหยื่อ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  5. การสร้างเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม เป็นแพลตฟอร์มในการหลอกลวง เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนขอให้ติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันกลโกงของคนร้าย และอย่าหลงเชื่อ อย่าคุยต่อ และอย่าโอนเงินให้กับ กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ที่ติดต่อมาทางโทรศัพท์ หรือข้อความผ่านแอปพลิเคชันแชทต่าง ๆ เด็ดขาด และหากพี่น้องประชาชน พบเห็นหมายเลขโทรศัพท์ใดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเบอร์โทร และ SMS มิจฉาชีพ 1185 (AIS), 9777 (TRUE), 1678 (DTAC) และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 549 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.