ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย และคณะ ตรวจเยี่ยมบูธแสดงสินค้า ขายสินค้าของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน มอบใบรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGPGS NAN และลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า โครงการ พัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 137 ครั้ง

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย และคณะ ตรวจเยี่ยมบูธแสดงสินค้า ขายสินค้าของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน มอบใบรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGPGS NAN และลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า โครงการ พัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน
วันนี้ ที่ศูนย์การเรียนรู้วัดโปร่งคำ ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน นายเอกพงษ์ น้อยสร้าง รองเลขาธิการ ส.ป.ก. นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พจอ.ประเสริฐ มาลัย ผู้ตรวจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมบูธแสดงสินค้าของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน พร้อม มอบใบรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGPGS NAN เกษตรกร 127 ราย พร้อมออกติดตามความก้าวหน้า โครงการ พัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน ในพื้นที่โครงการ พัฒนาที่สูง แบบโครงการหลวง ทองคำ บ้านโป่งคำหมู่ที่ 5 ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน พร้อมกับได้ร่วมกันเปิดวาล์วน้ำ เพื่อลงแปลงพืชผัก ของเกษตรกร พร้อมกับได้ปลูก ต้นพญาเสือโคร่ง ที่บริเวณ จัดกิจกรรม และได้เยี่ยม ให้กำลังใจ เกษตรกร นางสายฝนกานนท์ ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบ โครงการส่งเสริมและพัฒนา เกษตรกร ทฤษฎีใหม่ ในเขตปฏิรูปที่ดิน งบประมาณปี 2563 โดยปลูกผลไม้แบบผสมผสาน เช่นกล้วยมะขามมะม่วง กระท้อน มะม่วงหิมพานต์ ปลูกผักกางมุ้งเช่นกวางตุ้ง คะน้า เลี้ยงไก่หมู และวัว เลี้ยงปลานิล ปลาตะเพียนปลายี่สก พร้อมปลูกข้าวการส่งเสริมการปลูกไผ่ ทดแทนข้าวโพดบนพื้นที่สูง (แก้ไขปัญหาพื้นที่ภูเขาหัวโล้น)และแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ด้วยการส่งเสริมให้ราษฎร์ในพื้นที่ปลูกไผ่ โครงการสวมหมวกให้ภูเขา สวมรองเท้าให้ตีนดอย เพิ่มพื้นที่สีเขียวในจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน โดยมีนายอำเภอสันติสุข หัวหน้าส่วนราชการ ชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับ
ทั้งนี้ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ราษฏรทำอาชีพปลูกข้าวโพดเป็นส่วนใหญ่ จึงได้ประสานความร่วมมือกับ นายอำเภอสันติสุข หน่วยงานของกรมป่าไม้และหน่วยงานในพื้นที่ได้แก่ เกษตรตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล ลงพื้นที่สร้างกระบวนการเข้าใจ โดยน้อมนำพระราชดำริและยึดหลักการทรงงาน 23 ข้อ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เน้นการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา โดยมุ่งให้ชุมชนเป็นเจ้าของการพัฒนา สามารถบริหารจัดการต่อได้ด้วยตนเองและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างความเข้าใจ การเข้าถึงกับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยชาวบ้านได้ ให้เกิดประโยชน์ การกระจายน้ำจากที่สูง ลงสู่แปลงพี่น้องเกษตร และจะมีแท้งน้ำไว้ ที่กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดสร้างไว้ เมื่อปี 63 ก็จะทำให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้าน ในบริเวณแถวนี้มีความเชื่อมั่นว่า ต่อไปภายภาคหน้า จะเป็นสีเขียว ทั้งหมด คือการปรับเปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกบนพื้นที่ภูเขาที่ไม่มีแหล่งน้ำ ซึ่งไผ่ เป็นพืชที่เหมาะสมและแก้ปัญหาได้ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจรายได้ของเกษตรกร และยังได้ความยั่งยืนอีกด้วย
ในปัจจุบัน การส่งเสริมการปลูกป่า และพืชเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ภูเขาหัวโล้น ในพื้นที่ของตำบลป่าแลวหลวง อำเภอสันติสุข นั้นนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่แล้วยังลดปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ตลอดจนการใช้สารเคมีทางการเกษตรในพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากราษฎรเริ่มลดเลิกการปลูกข้าวโพด จากเดิมราษฎร์ ในพื้นที่ตำบลป่าแลวหลวง ได้ทำการปลูกข้าวโพด รวมแล้วกว่า 7,552 ไร่ จากพื้นที่ปลุฏข้าวโพดทั้งหมด คงเหลือ 170 ไร่ ปัจจุบัน ราษฎร์ในพื้นที่หันมาปลูกป่าเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้แทน ส่วนการเผาป่า ซึ่งเป็นปัญหาของหมอกควัน ได้ลดลง ราษฎร์ในพื้นที่ มีความหวงแหนพื้นที่ทำกินและดูแลรักษาต้นไผ่ รวมถึงต้นไม้ชนิดอื่นของตนเองเป็นอย่างดี (ลดการเผา) ซึ่งจะเห็นได้ว่าไผ่เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทางภาครัฐควรเร่งส่งเสริม ในปัจจุบันราษฎร์ ในพื้นที่อำเภอสันติสุข ได้เลิกอาชีพการปลูกข้าวโพดบนดอยสูง ได้หันมาปลูกไผ่ ทดแทน สร้างรายได้ให้ชุมชนมาประกอบอาชีพ
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยชาวบ้านได้ ให้เกิดประโยชน์ การกระจายน้ำจากที่สูง ลงสู่แปลงพี่น้องเกษตรกร และจะมีแท้งน้ำไว้ที่กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดสร้างไว้ เมื่อปี 63 ก็จะทำให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้าน ในบริเวณแถวนี้ มีความเชื่อมั่นว่าต่อไปภายภาคหน้าบริเวณแถวนี้ จะเป็นสีเขียวทั้งหมด และเกิดประโยชน์กับชาวบ้าน

มีผู้อ่านข่าวนี้แล้ว 137 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.